การขายของเล่นเด็กไม่ได้เป็นเพียงแต่เรื่องเล่น ๆ อ้างอิงจากข้อมูลของ Statista อุตสาหกรรมของเล่นและเกมของยุโรป จะมีมูลค่า 44.77 ล้านยูโรในปี 2565 และตลาดของเล่นเด็กคาดว่าจะเติบโต 4.46% เมื่อเทียบเป็นรายปีจนถึงปี 2569 ซึ่งถ้าคุณกำลังเกิดไอเดียอยากจะขายของเล่นเด็กผ่านทางออนไลน์ แต่อยากจะหาความรู้อยากจะทำการบ้านเพิ่มเติมก่อนที่จะไปรับสินค้ามาขายวันนี้เราก็มีไอเดียดีๆมาแนะนำกัน 

ก่อนขายของเล่นเด็ก ต้องทำการบ้านเสียก่อน 

การขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันนี้เป็นอีกหนึ่งตลาดการขายของที่เปิดกว้างมาก เพียงแต่ว่าคุณจะต้องทำการตลาดให้ถูกจุดคัดสรรของเล่นที่เหมาะกับความต้องการของเหล่าเด็ก ๆ ซึ่งในวันนี้เราก็มีคำแนะนำมาเสริมเพิ่มเติม   

1. คิดเหมือนเด็ก 

ก่อนที่คุณจะเริ่มขายของเล่นเด็กออนไลน์ คุณต้องทำแผนการตลาดเสียก่อน สินค้าของคุณควรดึงดูดเด็ก ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะเป็นผู้สั่งซื้อก็ตาม สินค้าของคุณต้องดึงดูดใจ และตรงกับความคิดและความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ของเล่นต้องมีสีจำนวนมาก ใช้รูปภาพที่แสดงให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเขียนคำโฆษณาที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย  

2. พรีเซนต์สินค้าในรูปแบบ VDO 

การนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอมีความสำคัญมากขึ้น ตรงใจผู้บริโภค การนำเสนอ หรือรีวิวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ VDO จะช่วยดึงดูดใจลูกค้าได้มากขึ้นกว่าการโพสต์รูปธรรมดา ๆ 

3. นำเสนอการตลาดบนมือถือ เป็นอันดับแรกเสมอ  

Statista (แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เชี่ยวชาญด้านข้อมูลตลาดและผู้บริโภค) คาดการณ์ว่าการซื้อของเล่นผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่จะเพิ่มขึ้นจาก 47.9% ในปี 2022 เป็น 50.6% ในปี 2025 ดังนั้น การทำตลาดออนไลน์ของคุณต้องได้รับการปรับให้เหมาะกับการดูบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยมีเปอร์เซ็นต์ที่น่าสนใจ ดังนี้… 

  • 48% ของผู้ซื้อของผ่านอุปกรณ์พกพา จะใช้มือถือเป็นเครื่องมือค้นหา 
  • 58% ของการค้นหาบน Google มีการค้นหาผ่านอุปกรณ์พกพา ในปี 2559 อยู่ที่ 34% 
  • 65% ของการคลิกบนผลการค้นหาของ Google มาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่  

และนี่ก็คือข้อมูลเสริมก่อนที่คุณจะ ขายของเล่นเด็กออนไลน์ ซึ่งการขายของเล่นเด็กถึงแม้หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นการขายที่ยาก แต่อย่าลืมว่าฐานลูกค้าของคุณมีการเกิดใหม่ในทุก ๆ ปีดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือคุณจะต้องจับจุดหาความชอบของเด็กและกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่ซื้อสินค้าให้เด็กให้ได้ เพราะถึงแม้เด็กจะชอบแต่ก็ไม่อาจที่จะสั่งเองได้ ดังนั้นการทำการตลาดที่มั่นคง มาพร้อมกับการจำหน่ายสินค้าของเล่นเด็กที่มีคุณภาพดี ก็จะทำให้ธุรกิจของคุณนั้นเติบโต

Explore More

คลินิกพัฒนาการเด็ก พระราม2 สำคัญอย่างไร

อาจจะกล่าวได้ว่าการดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถือเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ปรารถนาด้วยกันทั้งสิ้น เพราะว่าสุขภาพที่แข็งแรงสำหรับเด็กๆ ถือเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมองข้าม อย่างไรก็ดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่แข็งแรงและสมวัย มาดูพร้อมๆ กันดีกว่าหรือไม่ว่า การจะให้ลูกน้อยได้มีพัฒนาการที่ดีต้องทำอย่างไร และคลินิกพัฒนาการเด็ก พระราม2 สำคัญอย่างไร  อะไรคือพัฒนาการของลูกน้อย  ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำความเข้าใจว่าพัฒนาการคืออะไรกันแน่ ซึ่งพัฒนาการแท้ที่จริงแล้วจะแปลได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางการทำหน้าที่ รวมถึงวุฒิภาวะของร่างกาย นอกจากนี้ยังหมายความไปถึงตัวบุคคล พัฒนาการจึงเป็นเรื่องที่ยาก และซับซ้อนเพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็อาจจะมีการเพิ่มทักษะใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก และยังมีความสามารถในการปรับตัว ทำให้การดำรงชีวิตราบรื่น ในกรณีของเด็กอาจมีพัฒนาการได้แก่ การเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดเล็ก สติปัญญา การใช้ภาษาและการทำความเข้าใจภาษา การช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือตนเอง

เด็กวัยหัดเดินและการเรียนรู้โดยการเล่น

อาจดูเหมือนเป็นแค่การเล่นของเด็ก แต่เด็กวัยหัดเดินพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้ทักษะทางร่างกายที่สำคัญ เนื่องจากพวกเขาได้รับการควบคุมกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการประสานงานของร่ายกาย ช่วยให้พวกเขาเชี่ยวชาญงานทางกายภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การกระโดดเชือก การเตะบอลขณะวิ่ง หรือการกลิ้งไปมา เด็กวัยหัดเดินมักต้องการทำอะไรที่โลดโผนมากขึ้น ซึ่งสามารถกระตุ้นให้พวกเขาพยายามต่อไปจนกว่าพวกเขาจะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ การใช้ประโยชน์จากความต้องการตามธรรมชาติของเด็กวัยหัดเดินคือกำหนดรูปแบบของกิจกรรมเด็ก ๆ จะทำให้เหมาะสมต่อการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ การเล่นและการเรียนรู้เป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับเด็กวัยหัดเดิน ดังนั้นการเรียนรู้ทักษะทางกายภาพจึงควรเป็นเรื่องสนุกและเป็นเกมสำหรับพวกเขา ผู้ปกครองควรให้โอกาสลูก ๆ ในการฝึกฝนทักษะร่างกาย โดยให้พวกเขาปลอดภัยในขณะที่เรียนรู้ ลองถามคำถามที่ให้พวกเขาใช้จินตนาการและฝึกทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีไปด้วย เช่น การวางบล็อกหรือระบายสี และต่อไปนี้คือคำแนะนำเกี่ยวกับทักษะทางกายภาพของเด็กวัยหัดเดิน โดยแยกตามอายุ ทักษะเด็กวัยหัดเดินตอนต้น (12–24 เดือน)

ความสำคัญของผัก เด็กวัยไหนควรทานผักเท่าไหร่ มาดูกัน

เด็กวัยไหนควรทานผัก

ผักเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ลูกของคุณ และการกินผักอย่างเป็นประจำยังสามารถป้องกันลูกของคุณจากโรคเรื้อรังได้อีกด้วย จากนั้นในบทความนี้ เด็กวัยไหนควรรับประทานผักเท่าไหร่ต่อ 1 วัน เพื่อที่จะได้เป็นการส่งเสริมสุขภาพร่างกายของลูกน้อยให้เติบโตอย่างแข็งแรง และมีความต้านทานเชื้อโรคต่าง ๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น ทำไมการกินผักจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ สำหรับเด็ก  ผักหลายชนิด ให้พลังงาน วิตามิน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ และน้ำแก่ลูกของคุณ และยังช่วยปกป้องลูกของคุณจากการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในชีวิต รวมถึงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด การทานอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับเด็กหมายถึงการรับประทานผักให้มาก บวกกับการทานอาหารที่หลากหลายจากกลุ่มอาหารหลักอื่น ๆ ซึ่งเมนูผักที่จัดอยู่ในหมวดหมู่อาหารไทยนั้นก็มีหลาย ยกตัวอย่างเช่น…ผัดผัก นำผักไปทอดชุบแป้งทอดทอดกรอบ