
ผักเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ลูกของคุณ และการกินผักอย่างเป็นประจำยังสามารถป้องกันลูกของคุณจากโรคเรื้อรังได้อีกด้วย จากนั้นในบทความนี้ เด็กวัยไหนควรรับประทานผักเท่าไหร่ต่อ 1 วัน เพื่อที่จะได้เป็นการส่งเสริมสุขภาพร่างกายของลูกน้อยให้เติบโตอย่างแข็งแรง และมีความต้านทานเชื้อโรคต่าง ๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น
ทำไมการกินผักจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ สำหรับเด็ก
ผักหลายชนิด ให้พลังงาน วิตามิน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ และน้ำแก่ลูกของคุณ และยังช่วยปกป้องลูกของคุณจากการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในชีวิต รวมถึงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด การทานอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับเด็กหมายถึงการรับประทานผักให้มาก บวกกับการทานอาหารที่หลากหลายจากกลุ่มอาหารหลักอื่น ๆ ซึ่งเมนูผักที่จัดอยู่ในหมวดหมู่อาหารไทยนั้นก็มีหลาย ยกตัวอย่างเช่น…ผัดผัก นำผักไปทอดชุบแป้งทอดทอดกรอบ การกินผักสด การเสริมเมนูผัก ต่าง ๆ ในอาหารเป็นต้น ซึ่งจะต้องมีสักเมนูที่ถูกใจและสามารถจูงใจลูกของคุณได้อย่างแน่นอน
เด็กต่างช่วงวัยควรทานผักในปริมาณที่ต่างกัน
- เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี ควรทานผัก 2-4½ ส่วนต่อวัน
- อายุ 1-2 ปี ควรทานผัก 2-3 ส่วนต่อวัน
- อายุ 2-3 ปี ควรทานผัก 2½ ส่วนต่อวัน
- 4-8 ปี ควรทานผัก 4½ ส่วนต่อวัน
สิ่งสำคัญของการผลักดันให้ลูกทานผัก คือต้องให้กำลังใจเด็ก ๆ อยู่เสมอ อย่าพยายามดุ หรือย่าพยายามสร้างฟีลลิ่งที่ไม่ดีให้แก่เด็กโดยเด็ดขาด เพราะถ้าฉะนั้นแล้วเด็กจะจำและจะยิ่งไม่อยากกินมากขึ้นเขาไป หากคุณช่วยลูกของคุณพัฒนานิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพตอนนี้ ก็จะเป็นการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพไปตลอดชีวิต
เด็กมักจะจำสิ่งที่ไม่ชอบกินถ้าเมื่อลองกินครั้งแรกแล้วไม่ชอบจะจำไปอีกนาน ดังนั้นให้คุณพยายามเลือกผักที่มีสีสันสวยงาม หรือมีรสชาติอร่อยให้เด็กกินเป็นชุดแรก ๆ เพื่อที่เด็กจะได้ไม่เกิดภาพจำที่ไม่ดี และเด็กจะได้ไม่เกิดการต่อต้าน ยกตัวอย่างผักที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจ เช่น…แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วลันเตา ผักกาด หรือผักชนิดอื่น ๆ ที่มีสีสวยงามน่ากิน และไม่ได้มีรสชาติที่ ขม หรือมีกลิ่นที่แรงจนเกินไป
นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองก็จะต้องทำตัวอย่างให้ลูกได้เห็นว่าการกินผักนั้นอร่อยและดีต่อสุขภาพมาก ๆ พ่อแม่ชอบกินผักมาก ๆ ก็จะเป็นอีกหนึ่งในแรงกระตุ้นจูงใจที่ทำให้เด็กนั้นอยากจะกินผักเพิ่มเติม มากขึ้นเข้าไปอีกนั่นเอง
